ใครสนใจคลิกเข้าไปดูป้ายโฆษณาทำงานรายได้ดี กรอกประวัติแล้วนัดไปอบรม บางคนโดนบอกว่านัดมาสัมภาษณ์งาน มีคนไปดูตั้งแต่เด็กมัธยม นักศึกษา แม่บ้าน ยันพนักงานใกล้เกษียรณเลย ไปถึงก็มีวิดีโอให้ดู เนื้อหาวิดีโอเกริ่นถึงสภาพธุรกิจ แนวโน้มว่าตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพจะเจริญเติบโตอย่างมากในอนาคตเนื่องจากกลุ่มเบบี้บลูมเมอร์กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง สินค้าที่เค้าต้องการบ้าน รถ ....ก็มีแล้ว แต่กลุ่มนีกำลังแก่สนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ธุรกิจที่ดีต้องมีสินค้าใช้แล้วหมดไป ตลากกว้าง บลา บลาๆๆๆ ดูน่าเชื่อถือดี สรุปรายได้ดีที่ว่าคือให้เราขายของเพื่อสุขภาพนี้เอง แล้วก็พูดถึงความน่าเชื่อถือของบริษัท บริษัทXXXรายได้สูงขึ้นเท่านี้ อยู่ในตลาดหุ้น(ไม่ได้แปลว่าเจ๊งขาดทุนไม่ได้น่ะพี่ ไม่รู้จะอ้างทำไม) มีพนักงาน?(งงว่าเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลหรือเปล่า) ออกมาเล่าประสบการณ์ ทำงานกับที่นี้รายได้เดือนหนึ่งมีตั้งแต่ไม่กี่พันยันหลักล้าน โฆษณาแบบสุดฤทธิ์ จบท้ายประโยคด้วยขอขอบคุณบริษัทXXXค่ะ/ครับ รู้สึกพี่แกพยายามจะล้างสมองเรา จบอบรมนี้รับรองว่าจำชื่อบริษัทได้แน่ๆ จำไม่ได้ต้องไปเช็คว่าเป็นอัลไซเมอร์เปล่า
คนรวย99เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของกิจการ1เปอร์เซ็นต์เป็นลูกจ้าง แล้วงานนี้เข้าข่ายไหนอ่ะก็ลูกจ้างอยู่ดี ข้อดีของงานนี้เห็นว่ายกเป็นมรดกได้ เงินเดือนขึ้นกับจำนวนสินค้าที่ขายได้แล้วก็คนเข้าใหม่ที่เราหาให้บริษัทถ้าเค้าขายได้เราก็ได้เงินด้วย ดูยังไงก็เหมือนธุรกิจลูกโซ๋แต่เค้าว่าไม่ใช่เพราะบริษัทเค้ามีสินค้าขาย ยืนยันว่าใช้แล้วได้ผล มีผู้เชี่ยวชาญผลิต ถึงว่าเริ่มแรกถึงได้อธิบายธุรกิจที่ดีเป็นยังไง นำเสนอเก่งนะบริษทเนี้ย มีคนออกมาเล่าประสบการณ์ตัวเองใช้ผลิตภัณท์3เดือนน้ำหนักลด5กิโล เป็นภูมิแพ้แล้วไม่ต้องกินยา(แต่คนพูดขยี้จมูกตลอดเลยนะ) เป็นโรคไตก็สุขภาพดีขึ้นจนไม่ต้องล้างไต..........พูดไปเรื่อย บอกคุณภาพผลิตภัณท์ดีมากซะขนาดนั้น แต่กินได้ทุกวันเพราะเป็นอาหารไม่ใช่ยา มันชั่งเข้ากันจริงๆเลย จบอบรมวันแรกมีสาระอยู่ประมาณ15นาทีมั้งจากเวลาอบรม3ชม. นอกนั้นออกแนวโฆษณาสินค้าขายบัตรไปงานอบรมวันที่2
อบรมวันที่2เปลี่ยนที่ไปโรงแรมเริ่มตั้งแต่เช้า 8.3 ถึง5.3 แต่เนื้อหาคงเดิมทั้งทีตั้งชื่อการอบรมว่าhow to make money ...... แต่เน้นเล่าประสบการณ์ทำงาน ชีวิตประสบความสำเร็จสุดๆทำงานได้เลื่อนต่ำแหน่งแต่เงินไม่พอใช้ สุขภาพแย่กินผลิตภัทณ์แล้วดีขึ้นมีเพิ่มความรู้โภชนาการประมาณ15นาทีได้ สินค้าดียังไงแต่ไม่ยักให้เห็นส่วนประกอบ พูดเล่นไร้สาระไปเรื่อยจนเหลือประมาณ30นาทีสุดท้ายถึงเข้าเรื่องงาน บรรยากาศงานเฮฮาสุดๆเหมือนเหมือนไปเชียร์กีฬามีให้บริหารร่างกายด้วยนะ พวกที่ขึ้นไปเล่าประสบการณ์นี้บอกว่าไม่ใช่นักพูดมืออาชีพแต่พูดได้คล่องสุดๆเลย สนุกเหมือนดูtalk show พอๆกับโน๊ต อุดมเลยใครสนใจลองไปฟังดูนะ 550บาทขำมาก(บางคนเสีย300บาท แค่อาหารเฉยๆ เข้าใจว่าแยกกลุ่มกัน ในงานมีติดสัญลักษณ์คนละแบบ ตอนเลิกงาน300ไม่ได้โปรโมชั่น แยกคนเหมือนแยกดีมานด์สินค้าในตลาดเลยใครมีกำลังจ่ายเท่าไรเพื่อซื้อสินค้าก็เสนอของไม่เหมือนกัน ต่างที่เวลาบ้าง คุณภาพบ้าง) เข้าไปฟังเอาสนุกได้เแต่ไม่แนะนำให้สมัครงาน พนักงานร่าเริงยังกะเมากัญชาจนเรากลัวว่าเค้าจะวางยาในอาหารเที่ยงเลย งานดูค่อนข้างเพี้ยนรายได้ดี ประสบการณ์ไม่ต้อง ไม่จำเป็นต้องเก่งงานขาย มีสคิปให้พูดมีฝึกอบรมให้ ต้องเสียเงินค่าสมัครก่อนถึงมีอบรม เหมือนเราจ่ายเงินซื้อสินค้าแล้วเค้าให้เราขายต่อคนอื่น แต่เค้าจัดรายชื่อลูกค้าให้แล้วบอกให้เราพูดยังไง เราก็รับความเสี่ยงตรงนี้ไปว่าขายได้ขายไม่ได้ ในงานไม่พูดตรงๆแต่พูดแบบขายได้แน่ๆเริ่มแรกมีคนพูดขายให้เราก่อนย้ำอยู่แค่นี้ล่ะ บอกกำไรว่าขายได้กี่ชุดชุดหนึ่งกำไรเท่าไร รายได้จากพนักงานที่เราหาเข้าบริษัทไปขายสินค้าอีกเท่าไรตรงนี้แหละที่เหมือนลูกโซ่เพราะได้เยอะกว่าเงินที่เราขายสินค้าเอง แต่เราต้องลงทุนโดยการซื้อรายชื่อคนที่อยากทำงานกับบริษัท คงเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยพูดเรื่องงาน
เราคิดว่างานนี้ไม่ค่อยน่าทำนะ ตัวสินค้านี้ไม่น่าไว้ใจว่าจะมีคุณภาพเพราะมันเป็นอาหารไม่ใช่ยา คนอยากลดความอ้วนเดิมเค้าคงไม่ค่อยออกกำลังกายเท่าไรซื้อไปกินแล้วไม่ออกกำลังมันจะได้ผลเรอะ ถ้ารอบแรกขายไปแล้วไม่กลับมาซื้อซ้ำเราก็ต้องซื้อรายชื่อจากบริษัทอีกไหมเนี้ยแหละที่เค้าไม่บอกพูดจากอ้อมไปมาตอบไม่ตรงคำถาม บอกอย่างเดียวขายได้แน่ๆมีคนช่วย ไม่พูดถึงความเสี่ยงทางธุรกิจเลย จบงานแล้วรู้สึกเหมือนโดนเล่นจิตวิทยาหมู่แต่ก็สนุกดี มีการโฆษณาให้เรียบสมัครเป็นซุป(คนที่ขยายสาขาหาคนใหม่เข้าบริษัทได้)เพราะจะได้ไปเที่ยวงานอบรมอีกตัวที่จะจัดที่พัทยาไปงานกลับมาอย่างน้อยก็เลื่อนตำแหน่งสักขั้นสองขั้น โครงสร้างบริษัทไม่ได้เป็นแบบปิรามิดคุณได้เลื่อนตำแหน่งก็ดีกันเรา ถ้ามีซุปคนเดียวกันก็น่าจะใช่แต่น่าจะมีแย่งลูกค้ากันบ้างแหละไม่งั้นจะแบ่งกลุ่มคนสมัครอบรมตามชื่อคนติดต่อทำไม จบงานวันที่2ก็นัดอบรมอีกวันที่3 วันที่3นี้งานล้วนๆพูดอยู่2ชม. ตอบคำถามค่อนข้างไซโคคนถามด้วย
อ้างสถิติ10เปอร์เซ็นต์ มีเก็บสถิติจริงเปล่าไม่รู้แต่พูดที่ไรก็10เปอร์ คนเห็นป้ายจะมีคนคลิกป้าย10เปอร์ คนคลิกจะตอบแบบสอบถาม10เปอร์ อะไรจะพอดีขนาดนั้น รายชื่อที่บริษัทขายจะขายได้10เปอร์ด้วยเปล่าเนี้ย ไอ้เรื่องมีคนสอนงานให้รับคำสั่งซื้อก็ใช่ แต่ลืมเรื่องคนเราตอบแบบสอบถามกันไม่จริงจังไปหรือเปล่า มีบางบริษัทที่จ้างคนเข้าไปคิกป้ายโฆษณาด้วยซ้ำ
ใครสนใจสมัครขายของแต่ไม่มีเงิน คำถามเดียวพี่แกตอบแบบ " วันนี้กลับบ้านไปขอเงินสามี เธอขอเงินแสนสามจะไปลงทุน เค้าจะให้ไหม เอาจริงๆเป็นเราๆให้ไหม แต่ถ้าเรารู้ว่าธุรกิจเราในอนาคตจะทำเงินได้มาก เราก็......" พูดชักแม่น้ำทั้ง5จากอินเดียยันเจ้าพระยา ตอบว่าทำธุรกิจก็ต้องลงทุนก็หมดเรื่องแล้ว แต่ที่ไม่ชอบที่สุดก็โจมตีเรื่องส่วนตัวคนอื่น "คนที่เค้าบอกว่างานนี้ไม่ดีดูว่าเค้ารวยกว่าคุณขนาดไหน เค้ามีชีวิตแบบไหนคุณอยากเป็นเหมือนเค้าเหรอ" มันไม่เกี่ยวกันอ่ะคุณจะโฆษณาธุรกิจตัวเองไปว่าคนอื่นเค้าทำไม มีพูดดักทางคนถามไม่ให้ถามต่อด้วยนะ "ใครจะถามอะไรก็ถามได้ค่ะ ไม่ต้องไปสนใจว่าคนอื่นอยากรู้หรือเปล่า แค่เราอยากรู้ก็พอแล้ว(แต่เรามีเวลาแค่2ชม.นะ ซึ่งหมดไปแล้วด้วย) แต่ช่วยถามให้ตรงคำถามด้วยนะค่ะ" ตอนแรกว่าจะถามนะแต่ฟังพี่พูดไม่มีใครยกมือถามแล้วอ่ะ
ขอจบแบบดื้อๆล่ะ ไปสมัครงานคราวหน้าเจออะไรแปลกๆแล้วจะมาเล่าให้ฟัง
edit @ 9 Apr 2008 14:29:03 by -_- ว่างจริงๆเลยเฮ้อ