2008/Apr/09

           ใครสนใจคลิกเข้าไปดูป้ายโฆษณาทำงานรายได้ดี   กรอกประวัติแล้วนัดไปอบรม  บางคนโดนบอกว่านัดมาสัมภาษณ์งาน   มีคนไปดูตั้งแต่เด็กมัธยม  นักศึกษา  แม่บ้าน ยันพนักงานใกล้เกษียรณเลย  ไปถึงก็มีวิดีโอให้ดู      เนื้อหาวิดีโอเกริ่นถึงสภาพธุรกิจ   แนวโน้มว่าตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพจะเจริญเติบโตอย่างมากในอนาคตเนื่องจากกลุ่มเบบี้บลูมเมอร์กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง  สินค้าที่เค้าต้องการบ้าน รถ ....ก็มีแล้ว  แต่กลุ่มนีกำลังแก่สนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น     ธุรกิจที่ดีต้องมีสินค้าใช้แล้วหมดไป  ตลากกว้าง บลา บลาๆๆๆ ดูน่าเชื่อถือดี  สรุปรายได้ดีที่ว่าคือให้เราขายของเพื่อสุขภาพนี้เอง    แล้วก็พูดถึงความน่าเชื่อถือของบริษัท  บริษัทXXXรายได้สูงขึ้นเท่านี้   อยู่ในตลาดหุ้น(ไม่ได้แปลว่าเจ๊งขาดทุนไม่ได้น่ะพี่  ไม่รู้จะอ้างทำไม)        มีพนักงาน?(งงว่าเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลหรือเปล่า) ออกมาเล่าประสบการณ์  ทำงานกับที่นี้รายได้เดือนหนึ่งมีตั้งแต่ไม่กี่พันยันหลักล้าน  โฆษณาแบบสุดฤทธิ์  จบท้ายประโยคด้วยขอขอบคุณบริษัทXXXค่ะ/ครับ   รู้สึกพี่แกพยายามจะล้างสมองเรา   จบอบรมนี้รับรองว่าจำชื่อบริษัทได้แน่ๆ จำไม่ได้ต้องไปเช็คว่าเป็นอัลไซเมอร์เปล่า   

           คนรวย99เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของกิจการ1เปอร์เซ็นต์เป็นลูกจ้าง      แล้วงานนี้เข้าข่ายไหนอ่ะก็ลูกจ้างอยู่ดี  ข้อดีของงานนี้เห็นว่ายกเป็นมรดกได้ เงินเดือนขึ้นกับจำนวนสินค้าที่ขายได้แล้วก็คนเข้าใหม่ที่เราหาให้บริษัทถ้าเค้าขายได้เราก็ได้เงินด้วย  ดูยังไงก็เหมือนธุรกิจลูกโซ๋แต่เค้าว่าไม่ใช่เพราะบริษัทเค้ามีสินค้าขาย  ยืนยันว่าใช้แล้วได้ผล มีผู้เชี่ยวชาญผลิต  ถึงว่าเริ่มแรกถึงได้อธิบายธุรกิจที่ดีเป็นยังไง   นำเสนอเก่งนะบริษทเนี้ย   มีคนออกมาเล่าประสบการณ์ตัวเองใช้ผลิตภัณท์3เดือนน้ำหนักลด5กิโล  เป็นภูมิแพ้แล้วไม่ต้องกินยา(แต่คนพูดขยี้จมูกตลอดเลยนะ)    เป็นโรคไตก็สุขภาพดีขึ้นจนไม่ต้องล้างไต..........พูดไปเรื่อย   บอกคุณภาพผลิตภัณท์ดีมากซะขนาดนั้น  แต่กินได้ทุกวันเพราะเป็นอาหารไม่ใช่ยา   มันชั่งเข้ากันจริงๆเลย  จบอบรมวันแรกมีสาระอยู่ประมาณ15นาทีมั้งจากเวลาอบรม3ชม.  นอกนั้นออกแนวโฆษณาสินค้าขายบัตรไปงานอบรมวันที่2

           อบรมวันที่2เปลี่ยนที่ไปโรงแรมเริ่มตั้งแต่เช้า 8.3 ถึง5.3   แต่เนื้อหาคงเดิมทั้งทีตั้งชื่อการอบรมว่าhow to  make money ...... แต่เน้นเล่าประสบการณ์ทำงาน  ชีวิตประสบความสำเร็จสุดๆทำงานได้เลื่อนต่ำแหน่งแต่เงินไม่พอใช้    สุขภาพแย่กินผลิตภัทณ์แล้วดีขึ้นมีเพิ่มความรู้โภชนาการประมาณ15นาทีได้    สินค้าดียังไงแต่ไม่ยักให้เห็นส่วนประกอบ   พูดเล่นไร้สาระไปเรื่อยจนเหลือประมาณ30นาทีสุดท้ายถึงเข้าเรื่องงาน            บรรยากาศงานเฮฮาสุดๆเหมือนเหมือนไปเชียร์กีฬามีให้บริหารร่างกายด้วยนะ     พวกที่ขึ้นไปเล่าประสบการณ์นี้บอกว่าไม่ใช่นักพูดมืออาชีพแต่พูดได้คล่องสุดๆเลย   สนุกเหมือนดูtalk  show พอๆกับโน๊ต  อุดมเลยใครสนใจลองไปฟังดูนะ 550บาทขำมาก(บางคนเสีย300บาท แค่อาหารเฉยๆ   เข้าใจว่าแยกกลุ่มกัน  ในงานมีติดสัญลักษณ์คนละแบบ  ตอนเลิกงาน300ไม่ได้โปรโมชั่น   แยกคนเหมือนแยกดีมานด์สินค้าในตลาดเลยใครมีกำลังจ่ายเท่าไรเพื่อซื้อสินค้าก็เสนอของไม่เหมือนกัน  ต่างที่เวลาบ้าง  คุณภาพบ้าง)  เข้าไปฟังเอาสนุกได้เแต่ไม่แนะนำให้สมัครงาน    พนักงานร่าเริงยังกะเมากัญชาจนเรากลัวว่าเค้าจะวางยาในอาหารเที่ยงเลย                งานดูค่อนข้างเพี้ยนรายได้ดี  ประสบการณ์ไม่ต้อง  ไม่จำเป็นต้องเก่งงานขาย มีสคิปให้พูดมีฝึกอบรมให้  ต้องเสียเงินค่าสมัครก่อนถึงมีอบรม   เหมือนเราจ่ายเงินซื้อสินค้าแล้วเค้าให้เราขายต่อคนอื่น  แต่เค้าจัดรายชื่อลูกค้าให้แล้วบอกให้เราพูดยังไง  เราก็รับความเสี่ยงตรงนี้ไปว่าขายได้ขายไม่ได้         ในงานไม่พูดตรงๆแต่พูดแบบขายได้แน่ๆเริ่มแรกมีคนพูดขายให้เราก่อนย้ำอยู่แค่นี้ล่ะ   บอกกำไรว่าขายได้กี่ชุดชุดหนึ่งกำไรเท่าไร   รายได้จากพนักงานที่เราหาเข้าบริษัทไปขายสินค้าอีกเท่าไรตรงนี้แหละที่เหมือนลูกโซ่เพราะได้เยอะกว่าเงินที่เราขายสินค้าเอง  แต่เราต้องลงทุนโดยการซื้อรายชื่อคนที่อยากทำงานกับบริษัท      คงเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยพูดเรื่องงาน  

        เราคิดว่างานนี้ไม่ค่อยน่าทำนะ   ตัวสินค้านี้ไม่น่าไว้ใจว่าจะมีคุณภาพเพราะมันเป็นอาหารไม่ใช่ยา  คนอยากลดความอ้วนเดิมเค้าคงไม่ค่อยออกกำลังกายเท่าไรซื้อไปกินแล้วไม่ออกกำลังมันจะได้ผลเรอะ    ถ้ารอบแรกขายไปแล้วไม่กลับมาซื้อซ้ำเราก็ต้องซื้อรายชื่อจากบริษัทอีกไหมเนี้ยแหละที่เค้าไม่บอกพูดจากอ้อมไปมาตอบไม่ตรงคำถาม  บอกอย่างเดียวขายได้แน่ๆมีคนช่วย    ไม่พูดถึงความเสี่ยงทางธุรกิจเลย   จบงานแล้วรู้สึกเหมือนโดนเล่นจิตวิทยาหมู่แต่ก็สนุกดี     มีการโฆษณาให้เรียบสมัครเป็นซุป(คนที่ขยายสาขาหาคนใหม่เข้าบริษัทได้)เพราะจะได้ไปเที่ยวงานอบรมอีกตัวที่จะจัดที่พัทยาไปงานกลับมาอย่างน้อยก็เลื่อนตำแหน่งสักขั้นสองขั้น   โครงสร้างบริษัทไม่ได้เป็นแบบปิรามิดคุณได้เลื่อนตำแหน่งก็ดีกันเรา ถ้ามีซุปคนเดียวกันก็น่าจะใช่แต่น่าจะมีแย่งลูกค้ากันบ้างแหละไม่งั้นจะแบ่งกลุ่มคนสมัครอบรมตามชื่อคนติดต่อทำไม   จบงานวันที่2ก็นัดอบรมอีกวันที่3    วันที่3นี้งานล้วนๆพูดอยู่2ชม.  ตอบคำถามค่อนข้างไซโคคนถามด้วย

        อ้างสถิติ10เปอร์เซ็นต์  มีเก็บสถิติจริงเปล่าไม่รู้แต่พูดที่ไรก็10เปอร์  คนเห็นป้ายจะมีคนคลิกป้าย10เปอร์  คนคลิกจะตอบแบบสอบถาม10เปอร์  อะไรจะพอดีขนาดนั้น  รายชื่อที่บริษัทขายจะขายได้10เปอร์ด้วยเปล่าเนี้ย   ไอ้เรื่องมีคนสอนงานให้รับคำสั่งซื้อก็ใช่  แต่ลืมเรื่องคนเราตอบแบบสอบถามกันไม่จริงจังไปหรือเปล่า  มีบางบริษัทที่จ้างคนเข้าไปคิกป้ายโฆษณาด้วยซ้ำ  

        ใครสนใจสมัครขายของแต่ไม่มีเงิน   คำถามเดียวพี่แกตอบแบบ "  วันนี้กลับบ้านไปขอเงินสามี  เธอขอเงินแสนสามจะไปลงทุน   เค้าจะให้ไหม เอาจริงๆเป็นเราๆให้ไหม  แต่ถ้าเรารู้ว่าธุรกิจเราในอนาคตจะทำเงินได้มาก เราก็......"   พูดชักแม่น้ำทั้ง5จากอินเดียยันเจ้าพระยา  ตอบว่าทำธุรกิจก็ต้องลงทุนก็หมดเรื่องแล้ว   แต่ที่ไม่ชอบที่สุดก็โจมตีเรื่องส่วนตัวคนอื่น  "คนที่เค้าบอกว่างานนี้ไม่ดีดูว่าเค้ารวยกว่าคุณขนาดไหน  เค้ามีชีวิตแบบไหนคุณอยากเป็นเหมือนเค้าเหรอ"  มันไม่เกี่ยวกันอ่ะคุณจะโฆษณาธุรกิจตัวเองไปว่าคนอื่นเค้าทำไม  มีพูดดักทางคนถามไม่ให้ถามต่อด้วยนะ  "ใครจะถามอะไรก็ถามได้ค่ะ  ไม่ต้องไปสนใจว่าคนอื่นอยากรู้หรือเปล่า  แค่เราอยากรู้ก็พอแล้ว(แต่เรามีเวลาแค่2ชม.นะ  ซึ่งหมดไปแล้วด้วย)  แต่ช่วยถามให้ตรงคำถามด้วยนะค่ะ"  ตอนแรกว่าจะถามนะแต่ฟังพี่พูดไม่มีใครยกมือถามแล้วอ่ะ   

         ขอจบแบบดื้อๆล่ะ  ไปสมัครงานคราวหน้าเจออะไรแปลกๆแล้วจะมาเล่าให้ฟัง

 

edit @ 9 Apr 2008 14:29:03 by -_- ว่างจริงๆเลยเฮ้อ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เหอ ๆ เพื่อนเคยลากไปเหมือนกัน

แต่หมดรักกันตรงห้าร้อยห้าสิบเนี่ยหละ
#1  by  K9 At 2008-04-09 14:43, 
เดี๋ยวติดตามประสบการณ์การไปสมัครงานคราวหน้าต่อนะค่ะ ว่าจะสนุกแค่ไหน

big smile big smile big smile
#2  by  พี่พลอยจ๋า At 2008-04-17 18:33, 
ผมว่ามันก็แล้วแต่คนด้วยนะ

อย่างผมรับ job เกี่ยวกับเว็บจะให้ไปนั่งอบรมทั้งนอย่างนี้ก็ไม่ไหว
เหมือนกันครับ
มาทางสาย creater แล้วจะให้ไป เซอวิส อย่างนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกันล่ะเน้อ..sad smile
#4  by  robocon At 2008-04-23 14:32, 
มีเข้ามาโฆษณาด้วยแฮะ มันก็น่าทำสำหรับคนว่างๆนะ
แต่มันยังไม่พ้นเรื่องเป็นธุรกิจลูกโซ่ไง ดูในงานอบรมคุณเน้นหาคนเพิ่มมากกว่าโฆษณาสินค้าซะอีก
เพราะรายได้มาจากคนเข้าใหม่มากกว่าที่พนักงานหาได้จากการขายให้ลูกค้าตัวเอง

ยกตัวอย่างสินค้าบอกสรรพคุณนมให้โปรตีนที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้ แต่ถ้าอ่านส่วนผสมดูจะมีโปรตีนอยู่ไม่ถึง2เปอร์เซ็นต์แล้วเอามาโฆษณาเป็นจุดเด่นได้ไง
#5  by  aeiou At 2008-04-28 13:38, 

<< Home